***การล้างพิษตับ สูตรระยะสั้น 2 วัน***
*การเตรียมตัว*
ก่อนล้างพิษตับต้องทำร่างกายให้แข็งแรง จิตใจต้องพร้อมเต็มที่
การล้างพิษตับ
>วันที่ 1<
05.00 น. ตื่นนอน ทำธุระส่วนตัว และทำดีท็อกซ์
05.30 น. ออกกำลังกายตามที่ชอบหรือถนัด
06.00 น. ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำสมุนไพร (ไม่ใส่น้ำตาลดีที่สุด)
07.00 น. เวลาหิวให้ดื่มน้ำต่อไปนี้ระหว่างวัน (เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้)
1. น้ำแอปเปิ้ล 100 % หรือปั่นแยกน้ำแยกกาก หรือ
2. น้ำสับประรด ปั่นแยกน้ำแยกกาก หรือ
3. น้ำมะละกอดิบ+ห่าม หรือปั่นแยกน้ำแยกกาก หรือ
4. น้ำมะขาม+น้ำผึ้ง+น้ำหมักผลไม้ หรือ
5. น้ำอ้อยสด+มะนาว
15.00 น. หยุดน้ำผลไม้ทุกชนิด ยกเว้นน้ำเปล่า
17.00 น. ทำดีท็อกซ์
18.00 น. ดื่มดีเกลือ 1 ช้อนชา ต่อน้ำ ครึ่งแก้ว
20.00 น. ดื่มดีเกลือ 1 ช้อนชา ต่อน้ำ ครึ่งแก้ว
22.00 น. ดื่มน้ำมะนาวและน้ำมันมะกอกบีบเย็นในอัตราส่วนดังนี้
1. น้ำมะนาว 150 ซีซี
2. น้ำมันมะกอก 150 ซีซี
บรรจุข้อ 1+2 ในขวดแล้ว เขย่าให้เข้ากัน ดื่มทันที ไม่ให้เกินเวลา 22.15 น.
หลังดื่มน้ำมันมะกอก และน้ำมะนาว ให้ปฏิบัติตัวดังนี้
1. นอนตะแคงขวา หรือ นอนหงาย (หัวสูง)
2. ถ้ากลัวอาเจียนให้ประคับประคองตัวเองให้ถึง 02.00 น. หรือใช้ถุงน้ำร้อนประคบที่ท้อง
3. ของเสียจากตัวจะเริ่มออกมาประมาณ 02.00 น. ให้เก็บของเสียต่าง ๆ ไว้
>วันที่ 2<
06.00 น. ตื่นนอน และทำธุระส่วนตัว
06.30 น. ออกกำลังกาย
07.00 น. ทำงานตามปกติ
10.30 น. ทำดีท็อกซ์พิษที่เก็บไว้ทั้งหมด ตั้งแต่ 02.00 น. หรือถ่ายเอง และรวมกับดีท็อกซ์
พิษที่ออกจากตับ ตับอ่อน และถุงน้ำดี มีลักษณะดังนี้
1. สิ่งที่ลอยอยู่ข้างบน คือ ไขมันจากตับและนิ่วจากถุงน้ำดี ไขมันจากตับจะมีสีเหลือง สีเขียว สีดำ ก้อน
ขรุขระ หรือเป็นน้ำสีดำ สีเหลือง สีเทา มันติดมือล้างไม่ออก ต้องใช้น้ำยาล้างจาน หรือสบู่ล้างหลายครั้ง
2. ลอยอยู่ตรงกลาง จะเป็นเซลล์มะเร็งมี ลักษณะเหมือนเห็ดหูหนูขาว
3. อยู่ล่างสุด คือ เม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ
*ลักษณะนิ่วจากถุงน้ำดีจะมีสีเขียว เหลือง ดำ ก้อนค่อนข้างกลม*
อาการหลังล้างพิษ
อาการหลังล้างพิษจะรู้สึกอ่อนเพลีย อย่าตกใจเป็นอาการปกติ ให้รับประทานอาหารอ่อน ๆ 3 วัน หลังจากนั้นค่อยรับประทานอาหารตามปกติและทำดีท็อกซ์ เช้า – เย็น 7 วันต่อเนื่อง
ความถี่ในการล้างพิษ
สูตรสั้นนี้สามารถทำได้ 1 ครั้ง ต่อ 2 สัปดาห์ไม่ควรเกินนี้
วันที่ควรเลือกทำการอดล้างพิษ (เลือกข้อใดข้อหนึ่ง)
1. วันที่มีข้างขึ้น 11 – 15 ค่ำ
2. วันที่มีข้างแรม 11 – 15 ค่ำ
หมายเหตุ : ชุดดีท็อกซ์สำเร็จรูปจะมีขายตามร้านอาหารสุขภาพราคาไม่แพง
***ฉันความจำเสื่อม อัลไซเมอร์***
อัลไซเมอร์ เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด โดยจะมีการเสื่อมของเซลล์สมองทุกส่วนเป็นแล้วไม่มีวันหาย ผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่สามารถแยกทุกผิด มีปัญหาในเรื่องการใช้ภาษา การประสานงานของกล้ามเนื้อเสียไป ความจำเสื่อม ในระยะท้ายของโรคจะสูญเสียความจำทั้งหมด ในสหรัฐประมาณว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคนี้กว่า3-4 ล้านคน และจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก เนื่องจากประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 2-4 % ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากขึ้น กล่าวคือจะพบเพิ่มขึ้น 2 เท่าทุก 5 ปี หลังอายุ 60 ปี แม้ว่าโรคนี้จะไม่สามารถป้องกัน และไม่สามารถรักษา ญาติสามารถช่วยผู้ป่วยโดยการศึกษาโรคนี้และช่วยผู้ป่วยอย่างถูกวิธี
อาการเด่นของโรคอัลไซเมอร์ ก็คือ ความจำเสื่อมหรือ หลงลืม เรื่องที่ลืมก็จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ลืมปิดเตารีด ลืมกินยา หรือใครมาพบวันนี้ ลืมชื่อคน ลืมของ หาของใช้ส่วนตัวไม่พบ ชอบพูดซ้ำ ถามคำถามซ้ำ เพราะจำคำตอบไม่ได้ มีปัญหาเรื่องการพูดและการใช้ภาษา คือจะคิดคำศัพท์บางคำไม่ออก ใช้คำใกล้เคียงแทน สติปัญญาความเฉลียวฉลาดลดลง ทักษะต่างๆ จะเริ่มสูญไป อารมณ์หงุดหงิด และอาจท้อแท้ เพราะอาการดังกล่าว
**อาหารต้านอัลไซเมอร์**
1.น้ำมันสลัด ที่อุดมไปด้วยวิตามิน E จะช่วยป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง
2.เนื้อปลา DHA ช่วยในการทำงานของเซลล์ประสาท
3.ผักใบเขียว เป็นแหล่งของกรดโฟเลตช่วยลดระดับของกรดอะมิโนชนิด Homocysteine สาเหตุของการเสื่อมสภาพของเซลล์
4.อะโวคาโด มีวิตามิน E สูงป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง และช่วยบำรุงผิว
5.เมล็ดทานตะวัน อุดมไปด้วยวิตามิน E ป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง
6.ถั่วลิสงและเนยถั่ว แหล่งของไขมันที่ดี และเต็มไปด้วยวิตามิน E ช่วยให้หัวใจและสมองมีสุขภาพดีและทำงานอย่างถูกต้อง
7.ไวน์แดง หากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์
8.ผลเบอร์รี่ ช่วยกำจัดสารพิษของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียความจำ
9.ธัญพืชไม่ขัดสี ลดปัจจัยเสี่ยงของหลอดเลือด ซึ่งอาจมีบทบาทในการเกิดโรคจากสมอง
10.บรอกโคลี มันฝรั่ง ส้ม หัวไช้เท้า และ แอปเปิ้ล ผัก ผลไม้ ทั้ง 5 ชนิดนี้ มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่ามีสารประกอบบางชนิดที่ทำหน้าที่เหมือนกับยาที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์
11.ขมิ้นชัน มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยไม่ให้เซลล์สมองตาย ซึ่งสารดังกล่าวมีอยู่ในขมิ้นเป็นจำนวนมาก มีผลการวิจัยออกมาว่า คนอินเดียเป็นโรคอัลไซเมอร์กันน้อยมาก ๆ อาจเนื่องมาจากขมิ้นเป็นพืชสมุนไพรหลักที่คนอินเดียนิยมรับประทานมานานแล้ว
12.ข้าวกล้องงอก สรรพคุณของสารกาบาที่มีอยู่ในข้าวกล้องงอก ช่วยรักษาความสมดุลของสมอง ช่วยผ่อนคลาย และกระตุ้นให้สมองทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
13.น้ำมะพร้าวอ่อน ในน้ำมะพร้าวอ่อนมีสารประกอบบางตัวที่มีคุณสมบัติคล้าย ๆ เอสโทรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนของผู้หญิง ช่วยชะลอการเกิดอัลไซเมอร์ได้
คงไม่มีใครต้องการดำรงชีวิตอยู่โดยที่จำอะไรไม่ได้เลย จำไม่ได้แม้แต่คนที่คุณรัก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเรื่องการกิน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำได้ไม่ยาก ป้องกันไว้ก่อนที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับความจำ ช่วยให้ความจำอยู่กับคุณตลอดไป รู้จักบริหารสมองและความคิด(ไม่ได้ให้คิดมากอันนี้คนละเรื่องกัน) การใช้สมองคิดคำนวณอยู่เสมอเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการป้องกัน