วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555




***5 ดอกไม้พิชิตโรค***

ช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวแบบนี้ท่านอาจเคยเห็นดอกไม้ที่วางขายตามท้องตลาด เป็นดอกไม้ที่รับประทานได้สีสันสวยงามและมากล้นด้วยประโยชน์มหาศาล ลองมารู้จักกับดอกไม้เหล่านี้กันดีกว่า

-ดอกขจร
ดอกไม้หาง่ายในท้องตลาดราคาย่อมเยา ทั้งยังปลอดสารพิษ รสชาติอร่อย ส่วนใหญ่จะนำมาปรุงเป็นขนมดอกขจร หรือตอนนี้ดอกสีเขียวอ่อนนำมาผัดน้ำมันหอย ปรุงในจานยำ จิ้มน้ำพริกชุบแป้งทอด

ประโยชน์ : มีแคลเซียมสูงบำรุงกระดูกและฟัน วิตามินเอบำรุงสายตา สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมบาดแผล

-ดอกแค
คนโบราณบอกว่าดอกแคแก้ไข้หัวลม เหมาะจะกินช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเปลี่ยนฤดู และดอกแคยังมีใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ จึงช่วยในระบบขับถ่ายได้ดี เหมาะจะนำมาใส่ในแกงส้ม จานยำ หรือผัดใส่หมูสับ กุ้งสับ หรือจะลวกจิ้มน้ำพริก

ประโยชน์ : ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้

-ดอกโสน
ขนมดอกโสนที่คนรุ่นคุณพ่อคุณแม่รู้จักกันดี มีรสหวานชวนรับประทาน สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น นำมาชุบแป้งทอดกรอบ รับประทานกับขนมจีนน้ำพริก ผัดน้ำมันหอยนำไปลวกจิ้มน้ำพริก แกงดอกโสน ยำดอกโสน

ประโยชน์ : เป็นยาแก้ปวดมวนท้อง

-ดอกอัญชันสีม่วง
เมื่อก่อนคนนิยมใช้นำมาปรุงแต่งสีสันอาหารให้ดูน่ารับประทาน เช่น ขนมช่อม่วง ขนมชั้น เล็บมือนาง โดยคั้นเอาน้ำมาผสมกับอาหารก่อนจะปรุง หรือหยอดสีม่วง ตอนหุงข้าวจะได้ข้าวสีสวย แต่ตอนนี้เริ่มเป็นที่นิยม โดยนำดอกไปตากแห้ง หรือใช้ดอกสดต้มน้ำและเติมน้ำตาล มะนาว ดื่มแก้กระหายคลายร้อน

ประโยชน์ : สารแอนโธไซยานิน มีอยู่มากในดอกอัญชัน จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็น

-หัวปลี
เป็นดอกของต้นกล้วย กินได้ทั้งแบบดิบและสุก รสชาติจะฝาด นำกลีบมาชุบแป้งทอดกินได้ หรือจะใช้ใส่ในแกงเลียง ต้มยำไก่ กินแกล้มกับขนมจีนน้ำพริก ทำทอดมัน และอีกสารพัดเมนูของอร่อย ซึ่งหาทานได้ง่ายมาก มีมากมายตามสวนไร่นา

ประโยชน์ : บรรเทาอาการโรคกระเพาะอาหาร ใบหัวปลีมีธาตุเหล็ก บำรุงเลือด ป้องกันโลหิตจาง และลดน้ำตาลในเลือด

ที่มา : women sanook
 

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555



ความมหัศจรรย์ของน้ำมะพร้าว...

...จากการวิจัยน้ำมะพร้าวมีความมหัศจรรย์อยู่ 3 ประการคือ ช่วยชำระล้าง ช่วยรักษา และให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งในมะพร้าว 1 ลูก เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะต้นมะพร้าวเป็นต้นไม้ที่มีความสูงมาก สามารถดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ดี ส่วนของรากสามารถดูดซับสารอาหารจากดิน และถูกกลั่นกรองผ่านชั้นของเนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆของเนื้อไม้หลายชั้น จนขึ้นไปสู่ยอดมะพร้
าว และซึมซับไปยังลูกมะพร้าว ส่งผลให้ลูกมะพร้าว 1 ลูกเต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารมากกมาย และมีความสะอาดและบริสุทธิ์ และไม่มีสิ่งเจือปน

ผลมะพร้าวอ่อนจะประกอบไปด้วยน้ำมะพร้าว และเนื้อมะพร้าวซึ่งให้พลังงานสูง ในน้ำมะพร้าวใช้เป็นเครื่องดื่มที่ให้เกลือแร่ได้ เนื่องจากอุดมไปด้วยโปรแทสเซี่ยมและสารละลายไอโซโทนิก (สารละลายที่มีความเข้มข้นเท่ากับภายในเซลล์ ซึ่งไม่ทำให้เซลล์เสียรูปทรง) ด้วยเหตุนี้ น้ำมะพร้าวจึงเป็นน้ำชนิดเดียวที่สามารถฉีดเข้าหลอดเลือดดำ เพื่อทดแทนการขาดน้ำหรือใช้แทนเลือดมนุษย์ในกรณีที่เกิดปริมาณเลือดลดลง

คุณสมบัติของน้ำมะพร้าวยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ถ้าเราดื่มน้ำมะพร้าวเข้าไปในระยะเวลา 5 นาที จะให้พลังงานจากกลูโคส และเป็นพลังงานที่เพียงพอต่อร่างกายในการที่จะทำให้เซลล์ต่างๆภายในร่างกายเกิดความแข็งแรง และมีคุณสมบัติในการเยียวยารักษา และซ่อมแซมเซลล์ที่ไม่สะอาดและไม่สมบูรณ์

นิตยสาร สุภาพดี ประจำเดือน พฤศจิกายน 51

5 อาหารล้างสารพิษ



5 อาหารล้างพิษ

ตำลึง
จากผักข้างรั้ว หาง่าย ราคาถูก ซึ่งในวัยเด็กหลายๆท่านคงเคยกินต้มจืดตำลึงฝีมือแม่กันมาบ้าง ตำลึงไม่ได้มีเพียงรสชาติหวานอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ตำลึงยังเป็นหนึ่งในสุดยอดผักล้างพิษ ด้วยคุณสมบัติช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้นแล้ว ตำลึงยังมีสารที่ช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย

กะหล่ำปลี
หนึ่งในผักที่เราทราบกันดีว่าอุดมด้วยสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูลอิสระ (Antioxidant) แต่กะกล่ำปลีไม่ได้มีดีแค่นั้นหรอกครับ มันยังช่วยให้ตับขับฮอร์โมนที่มากเกินไปที่อาจส่งผลต่อความเครียดในร่างกาย แถมยังทำให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมากำจัดของเสียที่เราได้รับจากสิ่งแวดล้อมอย่าง ควันบุหรี่ หรือควันรถยนต์ได้อีกด้วย และยังช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร แถมยังรักษาและปกป้องกระเพาะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ

ส้มโอ
ผลไม้ถูกปากในบ้านเรานี่เอง ซึ่งส้มโอนั้นอุดมไปด้วยสารเพกตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่งในเกรปฟรุต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ นอกจากนี้เพกตินยังช่วยป้องกันไม่ให้โลหะหนักมาทำอันตรายต่อร่างกาย และเจ้าเกรปฟรุตยังช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตจะช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้อีกด้วย

กระเทียม
กระเทียมเป็นเครื่องปรุงคู่ครัวในอาหารไทย นอกจากช่วยเพิ่มรสชาติแล้ว สรรพคุณของมันยังมากด้วยประโยชน์ ด้วยคุณสมบัติในการทำความสะอาดร่างกาย คือ กระเทียมจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร ฆ่าเชื้อไวรัส และยังทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้กระเทียมยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้นอีกด้วย แต่ไม่ควรกินมากเกินไปนะครับ เพราะคนข้างๆ คุณจะทนกลิ่นแรงๆ ของมันจากปากคุณไม่ไหวเอา

บลูเบอร์รี
หนึ่งในสุดยอดอาหารรักษาโรค เพราะเป็นผลไม้ที่มีค่าแอนติออกซิแดนต์สูงมากชนิดหนึ่ง เนื่องจากในบลูเบอร์รีมีสารแอสไพรินตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการระคายเคือง สารในบลูเบอร์รีสามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ


...มาจาก...นานาสาระน่ารู้...


วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555


***อาหารช่วยแก้ข้ออักเสบ***

ในปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่หันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น และหลายคนคงมีอาการปวด ตามข้อเวลาออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาประเภทที่ต้องกระโดด หรือวิ่งมากๆ เป็นเวลานาน และอาจรู้สึกปวดตามข้อ เวลามีอากาศเย็นขึ้นเช่น ในฤดูหนาว บุคคลประเภทนี้ มีความเป็นไปได้สูง ที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่เป็นโรคข้ออักเสบ

โรคข้ออักเสบ (Arhritis) เป็นชื่อเรียกโดยรวมของโรคกลุ่มนี้ ซึ่งแยกออกมาได้กว่า 200 ชนิ
ดที่พบบ่อยมีอยู่ สองชนิด คือ โรคข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบเรื้อรัง (Osteoarthritis) และโรคข้ออักเสบรูมาดอยด์ หรือปวดข้อรูมาดอยด์ (The Rumatoid arthritis) ทั้ง 2 ชนิด มีสาเหตุของโรคต่างกันคือ

โรคข้อเสื่อมนั้น เกิดจากความทรุดโทรมของกระดูกอ่อน ที่หุ้มข้อกระดูกค่อยๆ หายไป ทำให้ข้อกระดูกเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหว จนเกิดอาการข้อยึด ส่งผลให้ปวดบริเวณข้อ โดยเฉพาะเวลาอากาศเย็น ส่วนโรคข้อักเสบรูมาดอยด์ ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่สาเหตุที่พบบ่อยคือ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ เกิดการทำลายข้อต่อกระดูกของตนเอง และโรคนี่ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย โดยเฉพาะช่วยอายุระหว่าง 22-55 ปี และเพศหญิงมีแนวโน้ม ที่จะเป็นโรคนี่ได้มากกว่า เพศชายถึง 3 เท่า ทั้งยังเป็นโรคเรื้อรัง ที่มีอาการเป็นๆ หายๆ ไปตลอด แต่ในผู้ป่วยบ้างชนิดก็เป็นไปได้เช่นกัน

ส่วนผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคข้ออักเสบนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนที่มีน้ำหนักตัว มากกว่าเกณฑ์ปกติ หรือแม้แต่นักกีฬาที่มีร่างกายแข็งแรง ก็มีสิทธิ์เป็นได้นักกรีฑา นักวิ่ง นักกระโดดสูง ล้วนอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพราะจำเป็นต้องใช้ข้อต่อต่างๆ โดยเฉพาะที่หัวเข่า และข้อเท้ามากเป็นพิเศษ ในการวิ่งหรือกระโดด ทำให้เกิดแรงกดที่ข้อกระดูกเหมือนคนที่มีน้ำหนักมากเช่นกัน

สำหรับอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคนี้ ส่วนใหญ่แล้วแนะนำ ให้บริโภคอาหารลักษณะเดียวกับ ผู้ควบคุมน้ำหนัก เป็น อาหารไขมันต่ำ และเน้นให้กินผัก ผลไม้เป็นหลัก เพราะคนอ้วน หรือคนที่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบ แพทย์แนะนำให้พยายามควบคุมน้ำหนัก กับการรักษาโรคด้วยยา โดยเน้นไปที่อาหารกลุ่มธัญพืชที่มีการขัดสีน้อย เช่น ข้าวกล้อง แป้งไม่ขัดขาว และผักใบเขียวต่างๆ ที่เป็นแหล่งเบต้า-แคโลทีน แคลเซียม โดเลต เหล็ก วิตามินซี ควรกินให้ได้ทุกวัน วันละนิดก็ได้ แต่ควรให้รับสม่ำเสมอ

นอกจากอาหารควบคุมน้ำหนักต่างๆ แล้ว ผู้ป่วยโรคนี้ ควรบริโภคปลาที่มีน้ำมันปลาด้วย เพราะมีหลักฐานว่า กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่อยู่ในกฎไขมันไม่อิ่มตัวในปลา มีคุณสมบัติยับยั้งการอักเสบของข้อกระดูก จึงแนะนำให้บริโภคเฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรืออาจกินในรูปของแคปซูลน้ำมัน ปลาแต่ต้องกินตามคำแนะนำบนฉลาก ไม่ควรกินเกินกว่าที่กำหนดไว้ นอกจากน้ำมันปลาแล้ว น้ำมันจากดอกอีฟนิ่งพริมโรส ก็มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบได้เช่นกัน ก่อนกินควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่า สามารถกินได้หรือไม่ สำหรับอาหารที่ควรพิจารณาเข้าไว้เป็นประจำ ก็คือ

ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 มากเช่น ปลาแชลมอน ปลาซาดีนปลากระบอก ปลาทู ปลาดุก ปลาช่อนเป็นต้น โดยเฉพาะผู้เป็นโรคอักเสบรูมาดอยด์

ธัญพืชที่ไม่ขัดสีมากนัก เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮสวีด จมูกข้าวสารี ถั่วต่างๆ สำหรับถั่ว ไม่ควรกินมากเพราะมีแคลอรีสูง

ผักผลไม้ เช่นผักใบเขียวต่างๆ กล้วยที่เป็นแหล่งโปรแตสเซียม และใยอาหารควรกินอย่างน้อยให้ได้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แม้กระทั่ง ขิงก็พบว่ามีสารช่วยลดอาการอักเสบได้เช่นกัน จึงควรกินอย่างน้อย 5 กรัม สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวมไปถึงขึ้นฉ่าย ฝรั่งหรือเซเลอรีนั้น ก็มีคุณสมบัติเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อม

ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาดอยต์นั้น แพทย์แนะนำว่า ควรบริโภคถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้จากน้ำนมถั่วเหลือง เป็นต้น ส่วนอาหารที่ควรงดไปเลย หรือกินเพียงเล็กน้อย คือ อาหารที่ผ่านกรรมวิธีขัดสีจนขาว และอาหารรสเค็มจัด หรือหวานจัด ลดอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัว เช่น เนย เนยแข็ง น้ำมันมะพร้าว

ที่มา : yingthai-mag.com
 

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555





บ้านจันเจ้า
วันนี้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องโรคมะเร็งมา จึงอยากนำมาให้อ่านกันเพราะมะเร็งเป็นโรคฮิตที่รักษายากหรือไม่มีทางรักษาเลย แอดมินใกล้ชิดคนเป็นมะเร็งมาหลายๆคนแม้จะให้คีโมคิดว่าจะอยู่รอดแต่สุดท้ายก็อยู่ได้ไม่เกินปี ข้อมูลที่นำมานี้น่าสนใจ.....แอดมินเห็นว่าน่าจะมีมูลจริงอยู่เพราะเวลาที่เราอยู่ในภาวะของฝุ่นละอองที่เป็นพิษเราก็มักจะดื่มโซดาเพื่อใ
ห้เข้าไปชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย
ก็ลองดูนะไม่มีโทษอะไร

มะนาว+โซดา ฆ่าเซลมะเร็งได้
มะนาว เลือกลูกเขียวๆ ใช้จำนวน 2 ลูก + โซดา 1ขวด

สรรพคุณ สามารถ ฆ่าเซลมะเร็งได้ผลกว่าการ คลีโมฯ 10,000เท่า
อ่านว่า หนึ่งหมื่นเท่า .....

วิธีกิน กินเช้า เย็น หรือ เช้า กลางวัน และ เย็น ก็ได้

การกินมะนาว+โซดา
ไม่มีผลเสียอะไรต่อร่างกายทั้งสิ้น การคลีโมฯ ยังมีผลทำให้เซลดีๆ ของร่างกายต้องตายไปด้วย แต่การใช้ น้ำมะนาว+โซดา จะฆ่าเซลมะเร็งพวกนี้ได้ 100%

ทำไมต้องโซดา?
ใช้ผสมกับน้ำก็ได้ แต่จะได้ผลช้า ถ้าใช้กับ โซดา มันจะเหมือนๆกับเครื่องยนต์ เวลาติดเทอร์โบ จะได้ผลเร็ว และรุนแรงกว่ามาก

วิธีรักษามะเร็ง แบบได้ผล
แถมต้นทุนประหยัดแบบสุดๆแบบนี้ ใครมีคนรู้จักเป็นมะเร็งอยู่ ให้เอาไปบอกบุญกันได้

บุญรักษาทุกๆท่าน

แล้วทำไมถึงไม่มีการเผยแพร่ ออกมา
ตอบแบบง่ายๆ ถ้าแพร่ออกมา อย่างเป็นทางการ บริษัทยาทั่วโลกก็เจ๊งนี่คือความเลวทรามของมนุษย์ที่เอาเปรียบมนุษย์ด้วยกัน วิธีนี้ถูกค้นพบนานแล้ว แต่ถูกปกปิดเอาไว้ ไม่ให้ผลรายงานนี้ออกมาสู่สาธารณะ
ข้อมูลCD 


บทความขัดแย้ง...อ่านแล้วพิจารณาเองด้วย(ถ้าไม่คิดมากถือว่าดื่มอร่อยก็แล้วกัน)
"ดูแฟร์.com" มะนาว+ โซดา ก็ลองดูนะไม่มีโทษอะไร...
วันนี้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องโรคมะเร็งมา จึงอยากนำมาให้อ่านกันเพราะมะเร็งเป็นโรคฮิตที่รักษายากหรือไม่มีทางรักษาเลย แอดมินใกล้ชิดคนเป็นมะเร็งมาหลายๆคนแม้จะให้คีโมคิดว่าจะอยู่รอดแต่สุดท้ายก็อยู่ได้ไม่เกินปี ข้อมูลที่นำมานี้น่าสนใจ.....แอดมินเห็นว่าน่าจะมีมูลจริงอยู่เพราะเวลาที่เราอยู่ในภาวะของฝุ่นละอองที่เป็นพิษเราก็มักจะดื่มโซดาเพื่อให้เข้าไปชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย
ซึ่งหากได้หรือไม่ได้ผลจริง..ก็ถือว่าได้กินน้ำมะนาวอร่อย ๆ ก็ล่ะกันนะ
ใครกินโซดาล้างผิด มั่ว! ล่างได้ที่ไหน
มะเร็งบางชนิดรักษาไม่ได้ แต่คีโมช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นได้ และบางชนิดรักษาได้

สรรพคุณ สามารถ ฆ่าเซลมะเร็งได้ผลกว่าการ คลีโมฯ 10,000เท่า
ไม่เป็นความจริง ไม่มีงานวิจัยยืนยัน คิดเองเออเองทั้งนั้น

การกินมะนาว+โซดา
ไม่มีผลเสียอะไรต่อร่างกายทั้งสิ้น การคลีโมฯ ยังมีผลทำให้่เซลดีๆของร่างกายต้องตายไปด้วย แต่การใช้ น้ำมะนาว+โซดา จะฆ่าเซลมะเร็งพวกนี้ได้ 100%
1. การระบุว่าฆ่าได้100%แปลว่าน้ำมะนาวรักษามะเร็งหาย ยังไม่มีคนหายจากกรณีนี้ โกหก
2. มะนาวโซดา ทำให้ท้องอิ่มง่าย คนที่เป็นมะเร็งที่ต้องการอาหารกลายเป็นมาอิ่มโซดาแทน
3. มะนาวโซดา หลายคนใส่น้ำตาลให้ดื่มง่าย ผมเห็นหลายสูตรที่คนไข้กินไม่ได้ต้องไปปรับใส่น้ำตาลแล้วน้ำตาลพุ่งเพราะเป็นเบาหวานเดิม

ทำไมต้องโซดา?
ใช้ผสมกับน้ำก็ได้ แต่จะได้ผลช้า ถ้าใช้กับ โซดา มันจะเหมือนๆกับเครื่องยนต์ เวลาติดเทอร์โบ จะได้ผลเร็ว และรุนแรงกว่ามาก
มั่ว โซดาลงกระเพาะอย่างมากก็ทำให้เป็นกรดเพิ่มขึ้นหน่อยนึง อธิบายมาสิว่าเกี่ยวกันยังไง
 
วิธีรักษามะเร็ง แบบได้ผล
แถมต้นทุนประหยัดแบบสุดๆแบบนี้ ใครมีคนรู้จักเป็นมะเร็งอยู่ ให้เอาไปบอกบุญกันได้
ไม่ได้ผลครับ ต้นทุนประหยัดก็แค่ราคา แต่ว่าไปเสียประโยชน์จากด้านการกินอาหารได้ลดลง ความหวังที่ไม่จริง และยังเป็นบทความเป่าหูว่าคีโมอันตรายเกินความจริง 
บุญรักษาทุกๆท่าน
คนที่แชร์โดยรู้เท่าไม่ทัน รีบลบก่อนจะเป็นบาปครับ บุญรักษาทุกๆท่านครับ

แล้วทำไมถึงไม่มีการเผยแพร่ ออกมา
ตอบแบบง่ายๆ ถ้าแพร่ออกมา อย่างเป็นทางการ บริษัทยาทั่วโลกก็เจ๊งนี่คือความเลวทรามของมนุษย์ที่เอาเปรียบมนุษย์ด้วยกัน วิธีนี้ถูกค้นพบนานแล้ว แต่ถูกปกปิดเอาไว้ ไม่ให้ผลรายงานนี้ออกมาสู่สาธารณะ
มั่ว นี่คือความเลวทรามของมนุษย์ที่พร้อมจะแชร์เรื่องโกหกและเรื่องใส่ร้ายคนอื่นให้ตนดูดี ไม่ยอมตรวจสอบ เพียงเพื่อเอาแชร์ หรือเอาไว้แปะเว็บขายสมุนไพรของตน
 


***หลากหลายประโยชน์ของ ไข่ ***

"ไข่" เป็นอาหารที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

ไข่มีสารอาหารหลายชนิด ไข่ขาวมีโปรตีนสูง มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ส่วนไข่แดงก็มีสารอาหารหลายชนิด ทั้งโปรตีน ไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว จึงช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ไข่มีวิตามินแทบทุกชนิด ยกเว้นวิตามินซี

นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุสูง เช่น กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโลหิตจาง และมีคุณค่าเทียบเท่าธาตุเหล็กในเนื้อสัตว์แต่เคี้ยวและย่อยง่ายกว่า นอกจากนี้ยังมีโคลีนซึ่งช่วยเสริมสร้างความจำ ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี จึงควรส่งเสริมให้เด็กรับประทานไข่ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ฟอง

การทำอาหารจากไข่ให้เด็กรับประทานต้องระวังเรื่องเชื้อโรคที่มักปนเปื้อนมากับไข่คือ ซาลโมเนลลา ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย โดยเชื้อนี้อาจปนเปื้อนมา 2 ทางคือ แม่ไก่ป่วยติดเชื้อแล้วถ่ายเชื้อไปฝังในไข่แดง และเปลือกไข่มีเลือดหรืออุจจาระปนเปื้อนขณะเก็บไข่

การเลือกไข่จึงควรเลือกฟองที่เปลือกผิวสะอาด หรือทำความสะอาดเปลือกไข่ก่อนเก็บทุกครั้ง ควรเก็บไข่ไว้ในตู้เย็น เนื่องจากเชื้อซาลโมเนลลาเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิห้อง แต่ไม่ค่อยเจริญเติบโตในที่เย็น สามารถเก็บไข่ได้นานถึง 3 สัปดาห์โดยไม่เสีย เมื่อนำมาปรุงอาหารควรปรุงสุกทุกครั้งเพื่อทำลายเชื้อโรค หลีกเลี่ยงการรับประทานไข่ดิบหรือไข่ลวก เพราะไม่สามารถทำลายเชื้อโรคได้หมด

แม้ว่าไข่จะมีคุณค่าและสารอาหารหลากหลาย แต่ก็มีโคเลสเตอรอล ไข่ฟองเล็กมีโคเลสเตอรอลสูงกว่าฟองใหญ่เมื่อเทียบในปริมาณเท่ากัน จึงควรเลือกรับประทานไข่ที่มีขนาดใหญ่ เช่น ไข่เป็ด ไข่ไก่ มากกว่าไข่ฟองเล็ก เช่น ไข่นกกระทา

ไข่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ไข่พะโล้ สลัดไข่ ยำไข่ ซึ่งมีปริมาณไขมันน้อยกว่าไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ลูกเขย ดังนั้น เมนูไข่ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ ขนมปัง ไข่ดาว พร้อมเบคอน ไส้กรอก เพราะมีปริมาณไขมันและแคลอรีสูง เกิดผลเสียต่อสุขภาพ

ที่มา : สสส.

***อาหารสุดยอด ยอดมะพร้าว***

ยอดอ่อนของมะพร้าวเป็นของที่หายาก และมีคุณค่ามากเพราะการจะกินได้ต้องปีนไปตัดและเอาแกนกลางสีขาวบนยอดมากินซึ่งมะพร้าว 1 ต้น มียอด 1 ยอดเท่านั้น

เรามักนำยอดมะพร้าวมาทำอาหารหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นผัด แกง ก็มีความหวานกรอบน่ากินทั้งสิ้น ยอดมะพร้าวกินได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะยอดมะพร้าวอ่อนให้ไขมันและพลังงานน้อย

อย่างไรก็ตามยอดมะพร้าวนั้นมีปริมาณฟอสฟอรัส และแคลเซียมอยู่พอสมควร ซึ่งแร่ธาตุทั้งสองชนิดนี้จะช่วยบำรุงกระดูก และเสริมสุขภาพฟันได้เป็นอย่างดี

หากกินยอดมะพร้าวอ่อนเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันฟันผุ และเหมาะสำหรับเด็กและวัยชราที่ต้องการความแข็งแรงของกระดูกอย่างมาก

ที่มา : 9bkk.com