วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555



***Avocado Coco Butter เพื่อสุขภาพ***

ขนมปังปิ้งโฮลวีทกับเนยนุ่มๆ อาหารเช้าในฝันสำหรับใครหลายๆ คน แต่ถ้าสำหรับคนที่รักสุขภาพคัดสรรแต่สิ่งที่ดีเข้าสู่ร่างกาย ลองทำ 'เนยอะโวคาโด' หอมมันอร่อยดีต่อร่างกายดูสักที รับรองทำง่าย ออกมารสชาติอร่อยที่สุด

AvocadoCocoButter เนยอะโวคาโด หอมมันนี้เพื่อสุขภาพ ใครที่ชอบหม่ำขนมปังปิ้งร้อนๆ ปาดเนยหนาเพื่อสัมผัสรสละมุนมันของเนยแล้วละก็เหลียวมาอ่านตรงนี้สักนิด เพ
ราะคุณเมกุมิได้คิดสูตรเนยที่ทั้งหอมมันเป็นธรรมชาติและดีต่อสุขภาพ สุดๆ เพราะมีวิตามินอีสูงกินมากแค่ไหนก็ไม่ต้องเป็นกังวล

AvocadoCocoButter
เตรียม5นาทีปรุง5นาที(ไม่รวมเวลาแช่เย็น)

ส่วนผสม(สำหรับ230กรัม)
-เนื้ออะโวคาโด 120 กรัม
-น้ำมันมะพร้าว 110 ซีซี
-ครีมงาขาว 1 ½ ช้อนชา (ไม่มีก็ใช้งาขาวคั่วปั่นละเอียด)
-เกลือ ½ ช้อนชา
-น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.หั่นอะโวคาโดเป็นชิ้นๆเคล้าน้ำมะนาวพักไว้เพื่อไม่ให้อะโวคาโดเปลี่ยนสี
2.นำส่วนผสมข้อ1ปั่นกับครีมงาขาวในเครื่องฟู้ดโปรเซสเซอร์จนเนียน
3.ใส่น้ำมันมะพร้าวเกลือแล้วปั่นให้เข้ากันอีกครั้ง
4.เทส่วนผสมทั้งหมดลงพิมพ์ที่ต้องการใช้ฟิล์มพลาสติกคลุมแล้วแช่เย็น รอเซตตัว (ประมาณครึ่งชั่วโมง)
5.เมื่อเนยอะโวคาโดแข็งคล้ายเนยแล้วนำมาตัดเสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้งร้อนๆ

Tip
หากใช้พิมพ์ซิลิโคนแบบช่องๆช่วยให้แกะเนยเป็นชิ้นง่ายขึ้น

เมนู อร่อยนี้ให้พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค1,105.75กิโลแคลอรี โดยแบ่งเป็นโปรตีน1.51กรัมไขมัน117.55กรัม คาร์โบไฮเดรต15.82กรัมและไฟเบอร์00.00กรัม

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

***สตรอเบอร์รี่***

เจ้าผลไม้หน้ากระจุ๋มกระจิ๋มสีสันสดใสนี้นอกจากจะกินอร่อยแล้ว ยังอุดมไปด้วยประโยชน์ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ สารอาหารต่าง ๆ ตั้งแต่โฟเลต วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม โปรแตสเซียม ไฟโตนิวเทรียนท์ ไฟเบอร์ ฟลาโวนอยด์ กรดฟีโนลิก กรดเอลลาจิก ฯลฯ สตรอเบอร์รี จึงเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพด้วยสรรพคุณที่เกินพิกัด...

1.ช่วยล้างพิษที่สะสมในร่างกาย เช่น กรดยูริก สาเหตุสำคัญของโรคข้ออักเสบ
ละโรคเกาท์

2.ช่วยให้ห่างไกลโรคต่าง ๆ ทั้งโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง มะเร็งลำไส้นิ่วในไต สีแดงสดของสตรอเบอร์รีล้วนอุดมไปด้วยซูเปอร์ไฟเบอร์เพคติน และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและช่วยเคลือบทางเดินอาหารอีกด้วย

3.ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมองโดยสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ให้กับระบบประสาท

4.ช่วยดูแลสายตา สารต้านอนุมูลอิสระในสตรอเบอร์มีส่วนช่วยชะลอขบวนการเสื่อสภาพของดวงตาได้

5.ช่วยลดความอ้วน สตรอเบอร์รีคือผลไม้เพื่อการลดน้ำหนักที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็กต์ เพราะปริมาณ 1 ถ้วยให้พลังงานเพียง 49 แคลอรี เท่านั้น และยังอุดมด้วยไฟเบอร์ช่วยให้อิ่มท้องและช่วยระบบการขับถ่าย

6.ช่วยดูแลสุขภาพเหงือกและฟัน ช่วยรักษาแผลในปาก ช่วยดับกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น

7.ใบสดของสตรอเบอร์รี ยังสามารถนำมาโขลกแล้วนำไปประคบ ช่วยลดอาการอักเสบและบวมช้ำได้อีกด้วย

ถ้าจะให้ได้ประโยชน์จากสตรอเบอร์รีอย่างสูงสุด ควรรับประทานแบบสดแทนที่จะเป็นแบบแยม เพราะนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อะไร เป็นชิ้นเป็นอันแล้ว ยังจะได้น้ำตาลตัวร้ายต่อสุขภาพเป็นของแถม
***น้ำมะเขือเทศปั่น ชื่นใจก่อนสู้กับมะเร็ง***

ต่อต้านอนุมูลอิสระหรือมะเร็ง ผิวพรรณสดใส สิ่งดีๆ ทานง่าย ทำง่าย ให้อร่อย สดชื่น ให้คุณค่านานาประโยชน์

ส่วนผสม 
มะเขือเทศ 50 กรัม (1 ผลใหญ่ถ้าสุกจะดีมาก )
น้ำเชื่อม 15 กรัม
น้ำเปล่าต้มสุก 200 กรัม
เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (นิดหน่อย)

วิธีทำ
- นำมะเขือเทศล้างให้สะอาด หั่นให้ชิ้นพอประมาณ ใส่ในเครื่องปั่น พร้อมน้ำเชื่อม เกลือ น้ำสุก ปั่นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบหรือจะใส่น้ำแข็งปั่นลงไปด้วยก็ได้

คุณค่าทางอาหาร : มีเบต้า-แคโรทีน สูงมาก ช่วยต่อต้านมะเร็งและมีวิตามินซี สูงมากเช่นกันป้องกันเลือดออกตามไรฟัน

คุณค่าทางยา : ทำให้เกิดความสดชื่นแก้กระหายน้ำ ผิวพรรณผ่องใส ช่วยในการย่อยอาหารดีขึ้น ช่วยฟอกเลือดและป้องกันโรคมะเร็ง
***สับปะรด***

"สับปะรด" ผลไม้ธรรมดาๆ หาทานได้ทั่วไปชนิดนี้ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าสัปปะรดนั้นยังมีสรรพคุณทางยาด้วย เพราะสามารถช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อยได้อย่างชงัด ทั้งนี้เพราะในสับปะรดมีเอนไซม์ตามธรรมชาติที่มีชื่อว่า บรอมีเลน ที่สามารถช่วยย่อยอาหารได้ทั้งในสภาวะเป็นกรดและด่าง จึงเหมาะมากที่จะพาไปช่วยย่อยในกระเพาะซึ่งเป็นกรด ก่อนจะตามไปย่อยต่อในลำไส้เล็กซึ่งเป็นด่าง และถ้าจะให้ดีก็เอาสับปะรดสุกปั่นกั
บมะละกอสุกๆ ชิ้นประมาณเท่าฝ่ามือ ก็จะทำให้ได้เครื่องดื่มที่มีสรรพคุณช่วยย่อยเป็นสองแรง เพราะในมะละกอมีน้ำย่อยธรรมชาติอีกตัว ชื่อ ปาเปน เจอเข้าไปสองขนานก็จะช่วยให้การย่อยมีพลังมากยิ่งขึ้น สามารถดื่มหลังอาหารที่หนักไปทางเนื้อสัตว์ ที่อาจทำให้รู้สึกแน่นท้อง อาหารไม่ย่อยได้

หลายประเทศมีการสกัดเอนไซม์บรอมีเลนจากสับปะรดไปใช้เพื่อช่วยให้แผลผ่าตัดทุเลาเร็วขึ้น รวมทั้งลดอาการอักเสบ แผลบวมหรืออาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมทั้งมีการทดลองใช้บรรเทาอาการอักเสบจากริดสีดวงทวาร อาการเกี่ยวกับเส้นเลือดดำ โรคกระดูก และข้ออักเสบ รูมาตอยด์ เก๊าท์ และอาการปวดประจำเดือน นอกจากนี้มีงานวิจัยที่พบด้วยว่า ด้วยฤทธิ์ย่อยโปรตีนอย่างเป็นธรรมชาติของบลอมีเลนนี่เอง ที่ทำให้เมื่อบรอมีเลนดูดซึมเข้ากระแสเลือดอาจช่วยลดการเกาะกันเป็นลิ่มเลือดของเกล็ดเลือดใหนหลอดเลือดแดง ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกหลายชนิด สับปะรด ผลไม้ธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
***แกงกล้วยดิบ ดีต่อลำไส้***

แกงกับน้ำพริกแกงใต้ ทำให้ได้กล้วยเนื้อแน่นหนึบเคี้ยวมัน เข้ากันได้ดีเหลือเกินกับน้ำแกงรสสะเด็ดยาด

เรื่องประโยชน์ก็โดดเด่น เพราะกล้วยดิบเป็นอาหารที่ช่วยสร้างสมดุลแก่กระเพาะอาหารและลำไส้ ตามหลักการกินอาหารเป็นยาของคนโบราณบอกเคล็ดลับไปหมดแล้ว แกงหม้อนี้ ก็เป็นเรื่องกล้วยๆ ที่อยากให้ลองทำกินกัน

ส่วนผสม
กล้วยดิบปอกเปลือกเขียวออก (หั่นแว่นแช่น้ำเกลือ) 5-6 ผล
กุ้งแกะเปลือก ผ่าหลัง ชักเส้นดำออก 6-7 ตัว (ไม่ใส่กุ้งก็ได้)
น้ำพริกแกงใต้ 3 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเต้าหู้ 2 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ 4-5 เม็ด
ใบมะกรูดฉีก 5-6 ใบ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น ½ ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. โขลกกะปิรวมกับน้ำพริกแกงจนเข้ากันดี
2. รวนน้ำพริกแกงกับน้ำมัน จนหอมและแตกมัน
3. ค่อยๆ ใส่น้ำเต้าหู้ลงไป คนให้เข้ากัน รอจนเดือด
4. ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ชิมรส
5. ใส่กล้วย รอจนกล้วยสุก สังเกตว่ากล้วยจะออกสีคล้ำเล็กน้อย
6. ใส่กุ้งตามลงไป รอจนน้ำแกงเดือด
7. ใส่พริกชี้ฟ้า และใบมะกรูด ปิดไฟ ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟ

Tips
1. การปอกเปลือกกล้วยให้แกงกินอร่อย อย่าปอกเปลือกออกหมดจนเหลือแต่เนื้อกล้วย ให้ปอกเอาแต่ผิวเปลือกสีเขียวด้านนอกออก และเหลือเปลือกกล้วยด้านในติดอยู่กับผล
2. กล้วยเล็บมือนาง ใช้ทำแกงกล้วยได้อร่อยที่สุ
3. โขลกกะปิรวมกับน้ำพริกแกงใต้ ทำให้น้ำพริกแกงหอมอร่อยยิ่งขึ้น

แกงนี้สามารถปรับเปลี่ยนสูตรและส่วนผสมให้เป็นแบบมังสวิรัติได้นะครับ

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

***ดอกขจร (ดอกสลิด)***

ดอกขจร อีกหนึ่งสมุนไพรที่จัดว่ามีคุณค่าที่ช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ได้ดีทีเดียว และวันนี้เราก็นำ สรรพคุณของดอกขจร และ ประโยชน์ของดอกขจร มาบอกคุณ ๆ ผู้รักสุขภาพกันอีกเช่นเคยดอกขจรส่วนใหญ่นั้นจะนำมาลวกน้ำร้อนจิ้มกินกับน้ำพริกเป็นส่วนใหญ่ ใครที่ชอบกินดอกขจรเป็นประจำนับว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณมากมายทีเดียว นั้นเรามาดู สรรพคุณของดอกขจร และ ประโยชน์ของดอกขจร กันเลยดีกว่า

*คุณค่
าทางอาหารของดอกขจร*
ทั้งยอดอ่อน ผลอ่อน และดอกของขจรสามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะใช้เป็นผักต้มหรือผักลวกจิ้มน้ำพริกหรือทำเป็นอาหารอื่น ๆ เช่น แกงส้มดอกขจร ยำดอกขจร แกงจืดดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร เป็นต้น และส่วนที่มีคุณค่าทางอาหารมากที่สุดคือส่วนยอดอ่อน ทั้งนี้ดอกขจรมีคุณค่าวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง

ยอดอ่อนและดอกขจรในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ คือวิตามินเอ มากถึง 3,150 I.U. วิตามินซี 45 มิลลิกรัม แคลเซียม 70 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 90 มิลลิกรัม


สรรพคุณของดอกขจร และ ประโยชน์ของดอกขจร
- ยอดอ่อน ดอก ลูกอ่อน บำรุงธาตุ บำรุงตับ ปอด แก้เสมหะเป็นพิษ ราก ทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา

- มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน รักษาหวัดที่เกิดจากการตากลมหรืออากาศเย็น ช่วยบำรุงตับ บำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงฮอร์โมนของสตรี ช่วยขับเสมหะ และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

- ราก เป็นเครื่องยาสมุนไพรใช้หยอดรักษาตา อีกทั้งมีสรรพคุณทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา ดับพิษได้


***สูตรน้ำผักผลไม้ล้างพิษ…ทำเองได้ไม่ยาก***

เครื่องดื่มสีเขียวมรกตแก้วนี้ มีสรรพคุณสุดยอดในการล้างพิษ “ผักใบเขียว” จะฟื้นฟูตับที่อ่อนล้า “ผักชีฝรั่ง” มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อน ๆ ให้สังกะสีและเกลือแร่ บำรุงตับ “ขึ้นฉ่าย” ช่วยทำความสะอาดตับ ระบบน้ำเหลืองและยังช่วยระบบย่อยอาหารอีกด้วย “แอปเปิ้ล” ช่วยในการขับถ่ายและล้างพิษออกจากลำไส้ใหญ่ได้ดี นอกจากนั้นยังพบว่าแอปเปิ้ลมีสารฟลาโวนอยด์และสารออกซิแดนท์สูง ช
่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง

ส่วนผสม
บรอกโคลี 100 กรัม
คะน้า 100 กรัม
ผักชีฝรั่ง 25 กรัม
แอปเปิ้ล 200 กรัม
ขึ้นฉ่าย 50 กรัม (หรือเซเลอรี่)

วิธีทำ
1. คั้นน้ำผักบรอกโคลี คะน้า ผักชีฝรั่ง แอปเปิ้ลและขึ้นฉ่าย ด้วยเครื่องแยกกาก
2. นำน้ำผักที่ได้มาผสมรวมกันทั้งหมด
3. เสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมใส่น้ำแข็งก้อน เพื่อเป็นเครื่องดื่มเย็น
4. ตกแต่งด้วยใบคะน้า หรือผักชีฝรั่ง ตามใจชอบ

*ข้อห้ามในการล้างพิษ*
น้ำหนัก ตัวของคุณต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตร
เป็นโรคเบาหวานประเภทที่หนึ่ง
อยู่ระหว่างการรับยารักษาโรคไต
เป็นโรคตับขั้นรุงแรง

ที่มา : tlcthai.com/women