วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

***ผักหวานป่า***

ผักหวานป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) อย่างไรก็ตามการบร
ิโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมา เป็นไข้ และอาเจียนได้ การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้น ใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้เช่นกัน

ผักหวานป่าเป็นเครื่องยาไทยจำพวกผัก จะใช้ส่วนรากมาทำยา รากมีรสเย็น สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ดีพิการ แก้เชื่อมมัว แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้กระสับกระส่าย พบว่าผักหวานป่าจัดเป็นทั้งอาหารและยาประจำฤดูร้อน แก้อาการของธาตุไฟได้ตามแพทย์แผนไทย ส่วนยอดก็นิยมนำมาปรุงอาหาร มีรสหวานกรอบ ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ และระบายความร้อนหรือใช้ปรุงเป็นยาเขียวเพื่อลดไข้ ลดความร้อน ปัจจุบันพบว่ามีการนำมาพัฒนาเป็นชาผักหวานป่า ทำเป็นเครื่องดื่มต้านอนุมูลอิสระ

***เคล็ดวิชาจากแม่สอนไว้ว่า...วิธีทดสอบผักหวานว่าเป็นพิษหรือไม่โดยการใส่เมล็ดข้าวสารประมาณหยิบมือลงไปปรุงอาหารด้วย ถ้าเมล็ดข้าวสารไม่สุกพองหรือบานเมล็ดออกและ/หรือเมล็ดข้าวสารที่สุกนั้นเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีออกดำ/เทาแล้วแสดงว่าผักหวานป่านั้นเป็นพิษ ห้ามรับประทาน*** 
***อาหารทานแล้วไม่แก่***

1. หยุดผมร่วง ด้วยการรับประทานกล้วย ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินบี สามารถช่วยป้องกันผมร่วงได้ดี หากรับประทานกล้วยในปริมาณที่พอดี จะช่วยรักษาเส้นผมให้อยู่คู่หนังศีรษะได้อย่างยาวนาน

2. ลดผิวมัน ธัญญาหารล้วนอุดมไปด้วยวิตามินบี 2 ซึ่งช่วยหยุดยั้งการผลิตน้ำมันส่วนเกินของผลิตภายในร่างกาย ฉะนั้น การรับประทานธัญญาหารทุกเช้าจะช่วยลดปัญหาผิวมัน และเส้นผมมันบางได้ดี

3.หยุดการลอกของผิวหนัง หากรับประทานปลาแซลมอนในเกลือรมควัน อาหารทะเล หรือสลัดผักเป็นประจำ จะช่วยทำให้หยุดปัญหาการหลุดลอกของผิวหนังได้

4.ผิวเนียนใสเหมือนเด็ก ใครอยากมีผิวที่เนียนใสเหมือนเด็กทารก ให้กินมะม่วงเป็นประจำ เนื่องจากมะม่วงมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดี ช่วยกระตุ้นการสร้างผิวหนัง รวมทั้งหนังศีรษะ เพื่อทดแทนของเดิมที่หยาบแห้งและขรุขระให้กลับมีความชุ่มชื่น และนุ่มเนียนอีกครั้ง

5. ชะลอผมหงอก ถั่วลิสงอบเนยรวมกับเกล็ดขนมปังที่อบมาร้อน ๆ ก่อนมื้ออาหาร สามารถช่วยชะลอผมหงอกได้ เพราะถั่วลิสงมีวิตามินบี ที่สามารถหยุดการเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีดอกเลา แถมยังทำให้ผิวหนังดูดีขึ้นด้วย

6. ดูหนุ่มสาวขึ้นอีก 5 ปี ฝรั่งหรือน้ำฝรั่ง ซึ่งอุดมด้วยวิตามินซี จะช่วยเก็บรักษาคอลลาเจนที่เป็นบ่อเกิดแห่งโปรตีนภายใต้ผิวหนัง หรือรับประทานมะละกอ ส้ม ลูกเกดสีดำอบแห้ง ร่วมกับผลไม้อื่น ๆ เป็นประจำ ก็จะช่วยเพิ่มวิตามินซีได้ ทำให้คุณดูอ่อนกว่าวัยมากถึง 5 ปี

7. ปกป้องใบหน้าจากมลพิษ อะโวคาโด ซึ่งอุดมด้วยวิตามินบี จะช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย และร่างกายเกิดความต้านทานจากการทำลายในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการถูกทำลายจากบรรยากาศที่มลภาวะเป็นพิษด้วย
***อาหาร "แดช" ลดความดันโลหิตสูงได้***

ใครว่า การรักษาความดันโลหิตสูงต้องพึ่งพายาหมอเท่านั้น ยังมีเรื่องใกล้ ๆ ตัว อย่าง อาหาร ที่เลือกให้ดีก็ช่วยลดความดันได้

อาหารเหล่านั้น เรียกกันว่า แดช (DASH : Dietary Approach to Stop Hypertension) เป็นกลุ่มของอาหารที่มีเกลือโซเดียมต่ำ ให้สารอาหารที่สำคัญอย่าง โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ช่วยขยายหลอดเลือด ลดความดันโลหิต โดยผลการวิจัยในสหรัฐ พบว่า ผู้ท
ี่มีภาวะความดันโลหิตสูง แล้วรับประทานอาหารแดชต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ ความดันลดลงกว่าร้อยละ 70

การรับประทานอาหารที่ให้คุณค่าตรงตามคอนเซ็ปต์แดช เพียงแค่เปลี่ยนจากข้าวสวยขาว ๆ หันไปรับประทานข้าวไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง รวมถึงธัญพืชไม่ขัดสีหรือขัดสีน้อย ที่เรียกทับศัพก๋ ๆ ว่า โฮล เกรน หากไม่สามารถเลี่ยงข้าวสวย ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ก็ให้ทานไม่เกิน 2 ทัพพีต่อมื้อ 3 มื้อต่อวัน

เน้นรับประทานผักใบเขียว ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้ขนาดกลางให้มาก ๆ ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ อาหารไขมันสูง รสเค็ม อาทิ น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม บ๊วย ไข่เค็ม ปูดอง ปลาร้า เนื้อเค็ม เนื้อสัตว์ติดมัน งดปรุงรสชาติอาหารด้วยผงชูรส สามารถเติมเกลือ น้ำปลา ซีอิ้ว หรือซอสปรุงรส แต่ต้องไม่มากเกิน 2/3 ช้อนชาต่อวัน

จำกัดปริมาณน้ำมันที่ใช้ทำอาหาร ควรใช้น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง ดื่มนมถั่วเหลือง นมไขมันต่ำ หรือนมเปรี้ยว กินปลาทะเล

ย้ำเตือนส่งท้ายใจความของอาหารแดช คือ ไม่กินของเค็ม อาหารไขมันสูง ทั้งต้องงดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ด้วย เพื่อสุขภาพที่ดี โรคภัยไม่มี ชีวิตจะมีความสุข หรือ "คุณไม่รักตัวเอง"

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

***ผักขี้หูด***

ผักขี้หูด เป็นต้นไม้ล้มลุก เป็นพืชตระกูลถั่วฝัก เช่นเดียวกับถั่วแขก ถั่วฝักยาวนั่นแหละ เพียงแต่ฝักเล็กกว่า สั้นกว่าเท่านั้น มีดอกสวยงามมาก ผักขี้หูดถือเป็นผักพื้นบ้านทางภาคเหนือโดยแท้จริง หาพบในภาคอื่นน้อยมาก มีพบในอีสานบ้างก็เฉพาะบนภูสูงเท่านั้น ดังนั้นผักขี้หูดจึงเป็นที่รู้จักและใช้ในครัวเรือนอย่างกว้างขวางในภาคเหนือ อาหารเหนือจะอร่อยพิเศษเมื่อมีผักขี้หูดมาร่วมปรุงด้วย เช่น แกงแค แกงผักขี้หูดใส่ไข่มดแดง แกงส้มกับปลาช่อน แกงส้มพริกสดใส่มะเขือเทศ แกงป่ากับหมูสามชั้น แกงผักขี้หูดกับแหนมใส่ไข่ นอกจากนี้ยังกินเป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริก หรือจะเป็นผักขี้หูดต้มจิ้มก็ได้เช่นกัน

ผักขี้หูด เมื่อสดอ่อนจะมีรสเผ็ดอ่อนๆ คล้ายมัสตาร์ด แต่เมื่อนำไปต้มก็จะออกรสหวานคล้ายก้านดอกหอม อร่อยมาก นิยมกินทั้งสดและสุก

สรรพคุณ
- ผักขี้หูดอุดมด้วยโปรตีนสูง ซึ่งจะช่วยทดแทนการขาดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ และโปรตีนนี่เองที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยบำรุุงเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- ผักขี้หูดยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นสุขภาพดี ทำให้ผิวไม่แห้งกร้านหรือหยาบได้ง่าย
- กระดูกและฟันคุณจะแข็งแรงมากขึ้นถ้าคุณได้กินผักขี้หูด
- การกินผักขี้หูดจะช่วยบำรุงสุขภาพจิตให้สดใส ทำให้คุณไม่เครียดซึ่งความเครียดนี่แหละที่เป็นสาเหตุให้ผิวหมองคล้ำ
- ผักขี้หูดยังช่วยบรรเทาอาการท้องเสียทำให้ผิวคุณไม่ต้องเสียน้ำและแร่ธาตุดี ๆ มากเกินไป
- ผักขี้หูดยังอุดมด้วยวิตามิน C สูง ซึ่งจะช่วยให้ผิวคุณสดใส ปราศจากจุดด่างดำคอยรบกวน 

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

***คึ่นช่าย***

1. ลดปริมาณการสร้างอสุจิ และลดอัตราการตั้งท้อง จาก การวิจัยพบว่า ต้นคึ่นช่ายและเมล็ดคึ่นช่าย มีฤทธิ์ลดปริมาณเชื้ออสุจิในสัตว์ทดลองตัวผู้ และลดอัตราการตั้งท้องของสัตว์ตัวเมีย ได้มีการทดลองในคนโดยให้ชายไทย 7คน รับประทานคึ่นช่ายในรูปอาหาร คนละ 85กรัม/วัน พบว่าจำนวนอสุจิลดลงอย่างรวดเร็วภายใน 1-2สัปดาห์ ในเวลาต่อๆ มาจำนวนอสุจิจะลดลงอีกเล็กน้อย และจะคงที่ในระดับหนึ่ง หลังจากหยุดรับประทาน 5-8สัปดาห์ พบว่ามี 4คนกลับคืนสู่สภาพปกติ อีก 3คน ยังคงมีจำนวนอสุจิต่ำกว่าเมื่อก่อนรับประทานคึ่นช่าย ฤทธิ์ในการคุมกำเนิดน่าจะเป็นฤทธิ์ในการลดอัตราการตั้งท้องในสั ตว์ตัวเมีย สำหรับฤทธิ์การลดจำนวนอสุจินั้น อาจจะไม่พอเพียงที่จะคุมกำเนิดได้

2. ลดความดันโลหิต การวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า น้ำต้มคึ่นช่าย สามารถลดความดันโลหิตได้ภายใน 1ชั่วโมง และฤทธิ์อยู่ได้นานกว่า 5ชั่วโมง

3. ช่วยขับลม ขับปัสสาวะ น้ำมันหอมระเหยในลำต้นและใบ มีฤทธิ์ช่วยขับลมในกระเพาะและลำไส้ ทำให้หายจุกเสียด

ที่มา : หนังสือสมุนไพรน่ารู้ โดย รศ.ดร.วันดี กฤษณพันธ์
***เซเลอรี่ (คึ่นฉ่ายฝรั่ง)***

เซเลอรี่....(Celery) คือขึ้นฉ่ายชนิดหนึ่งเหมือนกับบ้านเรา จะแตกต่างก็แค่เป็นพืชผักจากเมืองหนาวหรือเรียกง่ายๆ ว่า เป็นผักสัญชาติฝรั่งนั่นเอง

เซอเลอรี่ เป็นผักที่น่าสนใจของผักเมืองหนาวอีกชนิดหนึ่ง เพราะเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตเร็ว และให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น แต่ข้อจำกัดของเซเลอรี่ก็มีเช่นกัน เพราะเป็นผักที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างประณีต พิถีพิถันจึงจะได้ผลผลิตสูง อีกทั้งต้องอาศัยดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เพราะพื้นฐานของเซเลอรี่ต้องการความชุ่มชื่นอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว ซึ่งนอกจากจะอาศัยดินและการดูแลที่ดีแล้ว พื้นที่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

โดยทั่วไปเซเลอรี่จะมีลักษณะคล้ายกับต้นขึ้นฉ่ายของจีน จะแตกต่างก็ตรงที่เซเลอรี่ จะมีลำต้นใหญ่กว่าและมีกลิ่นหอมประหลาด ซึ่งกลิ่นหอมจนฉุนแบบนี้ทำให้เด็กหรือผู้ใหญ่บางคนไม่ค่อยโปรดปรานนัก แต่สำหรับใครที่ชอบรับประทานเซเลอรี่อยู่แล้วก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วย เพราะคุณได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์จากเซเลอรี่ไปมากมายเลยทีเดียว แต่กระนั้นหลายคนก็ยังเข้าใจผิดคิดว่าเซเลอรี่เป็นผักที่ไม่สามารถนำมาผัดหรือประกอบอาหารอื่นๆ ได้อีก นอกจากรับประทานสดหรือทานเป็นผักสลัดเสียมากกว่า ซึ่งแท้จริงแล้วเซเลอรี่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนูเฉกเช่นเดียวกับผักชนิดอื่น อาทิ ทำซุปผัก ตุ๋นรวมกับผักหลายชนิดแบบจีน ผัดน้ำมันหอย แกงจืด หรือแม้แต่ต้มดื่มเป็นชาและคั้นน้ำดื่มสดๆ ผสมกับน้ำผักชนิดอื่นก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้นเป็นเท่าตัว

แต่วันนี้เซเลอรี่ได้กลายเป็นขวัญใจของผู้ที่รักและใส่ใจสุขภาพไปโดยปริยาย เนื่องจากมีสรรพคุณหลายหลายที่สามารถช่วยบำบัดและบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้ดีโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ โดยมีสรรคุณทางยาคือช่วยลดความดันโลหิตและช่วยให้เจริญอาหาร รวมทั้งมีปริมาณโซเดียมต่ำ ดังนั้นคนที่เป็นโรคไตจึงสามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดผลข้างเคียงใดๆ นอกจากนี้ยังอุดมด้วยสารอาหารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายที่มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ Phytonutrient และ Aplin ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้ นักวิจัยค้นพบในผักเซเลอรี่ซึ่งมีปริมาณที่สูงมาก และส่งผลให้ร่างกายได้รับประโยชน์โดยตรงคือ ช่วยในการล้างพิษ ซ่อมแซมระบบการย่อยอาหารให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถป้องกันการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงลำไส้ใหญ่ที่มักเกิดในเพศหญิงได้อีกด้วย

ได้ดูประโยชน์ของขึ้นฉ่ายสัญชาติฝรั่งกันแล้ว วันนี้เราลองมาทำความรู้จักเพิ่มเติมกับเซเลอรี่ในเมนูแสนง่าย มากคุณค่า ราคาประหยัด กับเมนูเก๋ๆ ที่ชื่อว่า "Cerely Mix & Match" หรือน้ำผักผลไม้เปี่ยมประโยชน์ที่เหมาะกับคุณๆ

"Cerely Mix & Match"

***หัวไชเท้า(หัวผักกาด)***

ไชเท้า มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Raphanus sativus Linn. อยู่ในวงศ์ Crutiferae หัวไชเท้าหรือผักกาดหัว มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และได้แพร่หลายไปทั่วตามการอพยพย้ายถิ่นของคนจีน นิยมรับประทานเป็นอาหาร ใช้ทำเป็นแกงจืด แกงส้ม ต้มจับฉ่าย หรือเอามาดองเค็ม ตากแห้ง ทำเป็นหัวไชโป๊ แล้วนำมาปรุงเป็นอาหารทานกับข้าวต้มกุ๊ย

หัวไชเท้าเป็นอาหารที่ดีมาก ตำราจีนกล่าวว่าไชเท้ามีสรรพคุณในการกระจายสิ่งหมักหมมในร่างกาย ละลายเสมหะ แก้พิษ ลดความดัน ขยายหลอดลมและหลอดเลือด จึงควรเป็นอาหารที่อยู่ในเมนูของคนที่ป่วยเป็นโรคหวัด ไอเสียงแหบแห้ง ท้องขึ้นเนื่องจากอาหารไม่ย่อย คออักเสบเรื้อรัง เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในตำรายาจีน

โดยแนะนำให้คนวัยทองนำหัวไชเท้าดิบมาหั่นซอยเป็นเส้นฝอยทานวันละ 2 ช้อนโต๊ะ หรือมื้อละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ มีความเชื่อว่าจะทำให้ผิวพรรณ ดูเปล่งปลั่งสดใสมีน้ำมีนวล หัวไชเท้ายังช่วยกำจัดพิษ สามารถช่วยให้ปัสสาวะใส ไม่ขุ่น ช่วยชำระล้างผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยย่อย และช่วยทำให้หายใจโล่งขึ้น ที่สำคัญคือเจ้าหัวไชเท้านี่มีสารโปรวิตามินเอ ที่จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเออยู่สูงมาก หัวไชเท้าจึงเป็นแหล่งวิตามินเอที่หาง่ายและราคาถูก ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่ากลิ่นของหัวไชเท้า สามารถช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้ ดังนั้นในอาหารญี่ปุ่นหลายชนิด จึงใส่หัวไชเท้าขูดฝอยลงในน้ำจิ้มซีอิ้ว หรือหั่นฝอยกินคู่กับปลาดิบเป็นผักเครื่องเคียง

หัวไช้เท้า สามารถนำมาใช้ในการลดรอยฝ้าและกระให้จางลง แบบง่ายๆ โดยเราจะใช้หัวไชเท้า 1 หัว (ขนาดเล็ก) น้ำมะนาวสด 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำหัวไชเท้าล้างน้ำให้สะอาด แล้วปอกเปลือก หั่นบางๆ นำไปปั่นให้พอละเอียด ใส่น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วจึงปั่นรวมกันอีกครั้ง วิธีใช้ นำส่วนผสมที่ได้มาทาทั่วผิวหน้า (ยกเว้นรอบดวงตาและปาก) ทิ้งไว้ประมาณ 10 - 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำเป็นประจำจะช่วยลดฝ้า และกระให้สีจางลงได้

*หัวไชเท้าดองสามรส*
ส่วนผสม
หัวไชเท้า 500 กรัม
เกลือป่น 1/2 ถ้วย
น้ำดอง
เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกหัวไชเท้า หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด2 ซม. เคล้าเกลือหมักไว้ 1 คืน
2. ล้างหัวไชเท้าด้วยน้ำ 2 - 3 ครั้งแล้วจึงผึ่งแดดให้พอแห้ง 1 วัน อัดลงในขวดปากกว้าง กดให้แน่น
3. ผสมเกลือ น้ำส้มสายชู น้ำตาล ตั้งไฟพอละลาย กรองด้วยผ้าขาวบาง ปล่อยให้เย็น เทลงในขวดหัวไชเท้าให้น้ำท่วม ปิดด้วยใบตอง ปิดฝาประมาณ 1 สัปดาห์จึงรับประทานได้
4. ใช้รับประทานกับข้าวต้ม แนมแกงหรือปรุงรสแบบยำ

การทำอาหารรับประทานเองอาจดูยุ่งยาก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถซื้อได้คือความภูมิใจในความสามารถของเราเอง รสชาติจะอร่อยหรือไม่ก็อยู่ที่การฝึกปรือฝีมืออยู่เสมอ ถ้าตั้งใจบวกกับความใส่ใจรับรองอาหารออกมาอร่อยทุกราย

ที่มา : healthcornerguide.blogspot.com